650 likes | 4.35k Vues
การใช้สูตรคำนวณ. Excel มีคุณสมบัติอีกอย่างหนึ่ง คือ การคำนวณข้อมูลในตารางโดยใช้ สูตรและฟังก์ชั่นการคำนวณที่สามารถให้ ผลลัพธ์ได้อย่างแม่นยำและรวดเร็ว. การใช้สูตรคำนวณ. ต้องใช้เครื่องหมาย (=) นำหน้าเสมอ มิฉะนั้น Excel จะคิดว่าสูตรที่ป้อนเข้าไปเป็นเพียง
E N D
Excelมีคุณสมบัติอีกอย่างหนึ่งExcelมีคุณสมบัติอีกอย่างหนึ่ง คือ การคำนวณข้อมูลในตารางโดยใช้ สูตรและฟังก์ชั่นการคำนวณที่สามารถให้ ผลลัพธ์ได้อย่างแม่นยำและรวดเร็ว
การใช้สูตรคำนวณ • ต้องใช้เครื่องหมาย (=)นำหน้าเสมอ • มิฉะนั้น Excel จะคิดว่าสูตรที่ป้อนเข้าไปเป็นเพียง ข้อความธรรมดา และจะไม่นำไปคำนวณให้
เครื่องหมายการคำนวณที่ใช้ในการเขียนสูตรเครื่องหมายการคำนวณที่ใช้ในการเขียนสูตร บวก ลบ คูณ หาร ยกกำลัง เปอร์เซ็นต์
เครื่องหมายตัวเปรียบเทียบ (Logical Operator) เท่ากับ น้อยกว่า มากกว่า น้อยกว่าหรือเท่ากับ มากกว่าหรือเท่ากับ ไม่เท่ากับ
เครื่องหมายอ้างอิง (Reference) เครื่องหมายจุดคู่ เครื่องหมายจุลภาค ช่องว่าง
การใช้สูตรคำนวณ • เมื่อ Excel นำสูตรที่เขียนไปคำนวณ จะเกิด ลำดับขั้นของการคำนวณเกิดขึ้น ตามความสำคัญ ของเครื่องหมายการคำนวณดังนี้คือ
การลำดับความสำคัญ • เครื่องหมายดำเนินการอ้างอิง • เครื่องหมายจุดโคลอน (:) • ช่องว่าง • จุลภาค (,)
การลำดับความสำคัญ • เครื่องหมายการคำนวณ วงเล็บ ยกกำลัง คูณ, หาร บวก, ลบ
การลำดับความสำคัญ • เครื่องหมายตัวเปรียบเทียบ เท่ากับ น้อยกว่า มากกว่า น้อยกว่าหรือเท่ากับ มากกว่าหรือเท่ากับ ไม่เท่ากับ
Example สูตร= (2*3)^2/4+7 = 6^2/4+7 =36/4+7 =9+7 = 16
= ……………………..………… ตำแหน่งของเซลล์หรือจำนวนตัวเลข ที่ต้องการนำมาคำนวณ การเริ่มต้นป้อนสูตรคำนวณ • เลือกเซลล์ที่ต้องการป้อนสูตร • พิมพ์สูตร • กด Enter EX. ต้องการคำนวณผลรวมของ C3 ถึง C10 =C3+C4+C5+……..+C10 =10+20+30+…….+20
สูตรคำนวณ • สูตรประกอบด้วยสิ่งหนึ่งสิ่งใดต่อไปนี้หรือ ทั้งหมดก็ได้ ได้แก่ ตัวดำเนินการฟังก์ชั่น การอ้างอิงและค่าคงที่ ตัวดำเนินการ ค่าคงที่ =PI()*A2^2 การอ้างอิง ฟังก์ชั่น
การป้อนสูตร การป้อนสูตรมี 2 วิธี • ป้อนสูตรใน Formula Bar • ป้อนสูตรในช่องเซลล์โดยใช้เมาส์
กรณีที่ใช้จำนวนจริงแทนการอ้างอิงเซลล์ในการ กรณีที่ใช้จำนวนจริงแทนการอ้างอิงเซลล์ในการ กำหนดสูตร เมื่อค่าของจำนวนนั้นๆ มีการเปลี่ยนแปลง ผลลัพธ์ที่ได้จะไม่เปลี่ยนแปลงตาม แต่หากใช้การอ้างอิง ตำแหน่งเซลล์ เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงจำนวนในช่องเซลล์ นั้นๆ ผลลัพธ์ที่ได้จะเปลี่ยนแปลงตามไปด้วย
EX. การอ้างอิงโดยใช้ตำแหน่งเซลล์
EX. การอ้างอิงโดยใช้จำนวนจริง
การแก้ไขสูตรคำนวณ กรณีที่ใช้การอ้างอิงเซลล์ • ดับเบิ้ลคลิกเซลล์ที่พิมพ์สูตรคำนวณ • แก้ไของค์ประกอบในเซลล์ หรือ Formula Bar โดยการพิมพ์ • แก้ไของค์ประกอบในเซลล์ หรือ Formula Bar โดยการใช้เมาส์ลาก • Enter
การย้ายและการคัดลอกสูตรการย้ายและการคัดลอกสูตร • การคัดลอกแบบสัมพันธ์กับตำแหน่ง Relative Addressing การอ้างอิงเซลล์แบบสัมพัทธ์ในสูตร ถ้าตำแหน่งของ เซลล์ที่มีสูตรเกิดการเปลี่ยนแปลง ก็จะมีการเปลี่ยนแปลง การอ้างอิงด้วย ถ้าคัดลอกสูตรไปตามแนวแถว หรือลงตาม แนวคอลัมน์ การอ้างอิงก็จะปรับเปลี่ยนค่าโดยอัตโนมัติ
การย้ายและการคัดลอกสูตรการย้ายและการคัดลอกสูตร • การคัดลอกแบบยึดตำแหน่งเดิม Absolute Addressing การอ้างอิงเซลล์แบบสัมบูรณ์ในสูตร เช่น $A$1 อ้างถึง เซลล์ในตำแหน่งที่ระบุเสมอ ถ้าตำแหน่งของเซลล์ที่มีสูตรเกิดการ เปลี่ยนแปลง การอ้างอิงแบบสัมบูรณ์ยังคงมีค่าตำแหน่งเหมือนเดิม ถ้าคัดลอกสูตรไปตามแนวแถว หรือลงตามแนวคอลัมน์ การ อ้างอิงแบบสัมบูรณ์จะไม่มีการปรับเปลี่ยนค่า
การอ้างอิงเซลล์ที่อยู่ต่าง Worksheet = ชื่อ Worksheet !ตำแหน่งอ้างอิงของเซลล์
การอ้างอิงเซลล์ที่อยู่ต่าง Workbook =ตำแหน่งเก็บ Workbook\(ชื่อ Workbook.xls)ชื่อ Worksheet!CELL
การใช้ฟังก์ชั่น (Function) การคำนวณ • โครงสร้างของฟังก์ชั่น = ชื่อฟังก์ชั่น(อาร์กิวเมนต์1,อาร์กิวเมนต์2,….....)
การใช้ฟังก์ชั่น (Function) การคำนวณ • ฟังก์ชั่น ต้องเป็นฟังก์ชั่นที่ Excel รู้จักเท่านั้น เช่น SUM AVERAGE MAX MIN IF • ค่าอาร์กิวเมนต์ คือ ข้อมูลที่ใส่ให้กับฟังก์ชั่นเพื่อใช้สำหรับคำนวณหาผลลัพธ์ ซึ่งอาจมีได้มากกว่า 1 ค่า และอาจเป็นข้อมูลอะไรก็ได้เช่น ชื่อเซลล์, ตัวเลข, ข้อความ, วันที่-เวลา ขึ้นอยู่กับรูปแบบการใช้งานของฟังก์ชั่นนั้นๆ ซึ่งแต่ละฟังก์ชั่นอาจไม่เหมือนกัน • เครื่องหมายคอมม่า (,) ใช้แบ่งค่าอาร์กิวเมนต์ออกจากกัน EX. =SUM(A1:A10) หรือ =SUM(30,20,40 หรือ =SUMIF(A1:A50,”>1500”,B1:B20)
Function ที่ใช้งานบ่อยๆ • SUM หาผลรวมของตัวเลข (Summary) • MAX หาค่าสูงสุดของตัวเลข(Maximum) • MIN หาค่าตำสุดของตัวเลข(Minimum) • AVERAGE หาค่าเฉลี่ยของตัวเลข • Product หาผลคูณระหว่างตัวเลขที่ถูกป้อนเป็นอาร์กิวเมนต์ทั้งหมด • IF ทำงานโดยการทดสอบเงื่อนไข • COUNT นับจำนวนข้อมูลที่เป็นตัวเลข • COUNTA นับจำนวนเซลล์ที่มีข้อมูลในกลุ่มเซลล์ให้เลือก • Now /Today แสดง วันที่ปัจจุบัน
การหาผลรวมอัตโนมัติ(AutoSum)การหาผลรวมอัตโนมัติ(AutoSum) • คลิกในตำแหน่งผลลัพธ์ที่จะหาผลรวม • คลิกที่ปุ่ม AutoSumโปรแกรมจะหาผลรวมให้อัตโนมัติ ในกรณีที่มีข้อมูล2 ด้านคือ ทางซ้าย และด้านบนโปรแกรมจะมองความสำคัญจากด้านบนมาก่อนเป็นลำดับแรก
การสร้างแผนภูมิ Chart • เพื่อช่วยในการวิเคราะห์ข้อมูล และสรุปข้อมูล
ขั้นตอนการสร้าง chart 1. เลือกข้อมูลที่จะนำมาสร้าง chart 2. กดปุ่ม F11 ที่คีย์บอร์ด
กราฟตัวอย่าง Chart title Gridline Data Label Scale Legend Value Y-Axis Category X-Axis
กำหนดค่า Page Setup • แท็บ Page ตั้งค่าหน้ากระดาษ เลือกแนวกระดาษ เลือกสเกลการพิมพ์ และการย่อส่วน Fit to เลือกขนาดกระดาษ และความละเอียด
Page Setup • แท็บ Margins กำหนดค่าของการเว้นขอบกระดาษ กำหนด MarginsTop Bottom Left Right Header ตำแหน่งหัวกระดาษ Footer ตำแหน่งท้ายกระดาษ จัดกึ่งกลางกระดาษ
Page Break Preview • มุมมองของ Page Brake Preview มีไว้สำหรับในการจัดการกับขอบเขตหน้ากระดาษและการพิมพ์ของสมุดงาน • เลือกเมนู View Page Break Preview เส้นประ และเส้นทึบ สีน้ำเงินหมายถึง เส้นแบ่งหน้าและจำนวนหน้า ทั้งหมดที่มีในสมุดงาน
Print Preview ขอดูตัวอย่างก่อนพิมพ์ • จากเมนูFile Print Previewหรือคลิก เลื่อนถอยกลับไปหน้าก่อนหน้า ตั้งค่าหน้ากระดาษ สลับมุมมอง ซ่อน-แสดงเส้นขอบกระดาษ สั่งพิมพ์ ย่อ-ขยาย ปิดการแสดงตัวอย่าง เลื่อนไปหน้าถัดไป Column width Header Top margin Left margin Right margin
พิมพ์สมุดงานออกทางเครื่องพิมพ์ (Print) • คลิกเมนู File Print กำหนดจำนวนสำเนา เลือกเครื่องพิมพ์ กำหนดขอบเขตการพิมพ์ ดูตัวอย่างก่อนพิมพ์