Download
microsoft excel 2010 n.
Skip this Video
Loading SlideShow in 5 Seconds..
Microsoft excel 2010 PowerPoint Presentation
Download Presentation
Microsoft excel 2010

Microsoft excel 2010

498 Vues Download Presentation
Télécharger la présentation

Microsoft excel 2010

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - E N D - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
Presentation Transcript

  1. Microsoft excel 2010 อมรรัตน์ มากบดี สำนักคอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัยบูรพา

  2. เกี่ยวกับ Microsoft Excel • โปรแกรม Microsoft Excel เป็นโปรแกรมประเภทตารางคำนวณหรือ Spread sheet • เหมาะสำหรับการจัดการข้อมูลที่อยู่ในรูปของตาราง โดยการกรอกขอมูลลงในช่องตารางที่อยู่ใน “แผ่นกระดาษคำนวณ” (Worksheet) • ช่วยให้สามารถคำนวณ รวมถึงการวิเคราะห์ และนำเสนอข้อมูลด้วยกราฟแบบต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็ว • บริหารและจัดการข้อมูลอย่างเป็นระบบ

  3. ส่วนประกอบของหน้าจอโปรแกรมส่วนประกอบของหน้าจอโปรแกรม Quick Access Toolbar Title bar Ribbon Name Box Formula bar Column Row Worksheet Sheet Tab View shortcut Status bar

  4. ส่วนประกอบของหน้าจอโปรแกรมส่วนประกอบของหน้าจอโปรแกรม • Quick Access Toolbar(แถบเครื่องมือด่วน) เป็นแถบเครื่องมือปุ่มคำสั่งที่เรียกใช้งานบ่อย ๆ และผู้ใช้สามารถเพิ่มปุ่มคำสั่งที่ใช้งานบ่อย ๆ ไว้ในแถบเครื่องมือนี้เองได้ • Title bar (แถบชื่อหัวเรื่อง)เป็นแถบแสดงชื่อโปรแกรมและชื่อไฟล์ปัจจุบันที่เปิดใช้งานอยู่ • Ribbon(ริบบอน) เป็นแถบที่รวบรวมคำสั่งต่าง ๆ ของเมนูหรือทูลบาร์ เพื่อให้ผู้ใช้เลือกใช้งานง่ายขึ้น • Name box (กล่องชื่อ) เป็นส่วนแสดงตำแหน่งเซลล์หรือกลุ่มเซลล์ที่ทำงานอยู่ • Formula bar (แถบสูตร) เป็นแถบแสดงหรือแก้ไขข้อมูลในช่องตาราง รวมถึงการใส่สูตรคำนวณหรือข้อมูลในช่องตารางที่เลือก • Active cell เป็นเซลล์ปัจจุบันที่กำลังทำงานอยู่

  5. ส่วนประกอบของหน้าจอโปรแกรมส่วนประกอบของหน้าจอโปรแกรม • Worksheet พื้นที่สำหรับป้อนข้อมูลและใช้งานของโปรแกรม • Column (คอลัมน์) เป็นแนวตั้งจากซ้ายไปขวา มีชื่อเรียกคอลัมน์เป็นตัวอักษรภาษาอังกฤษตั้งแต่ A จนถึง XFD รวม 16,384 คอลัมน์ • Row (แถว) เป็นแถวแนวนอนจากบนลงล่าง มีชื่อเรียกแถวเป็นตัวเลขตั้งแต่ 1 จนถึงแถวสุดท้ายที่ 1,048576 • Cell (เซลล์) เป็นช่องสำหรับพิมพ์ข้อความหรือตัวเลข การเรียกชื่อเซลล์ให้เรียกชื่อคอลัมน์ตามด้วยชื่อแถว เช่น เซลล์ B10 หมายถึงเซลล์นั้นอยู่ในคอลัมน์ B แถวที่ 10 เป็นต้น • Sheet Tab เป็นพื้นที่แสดงชื่อแผ่นงาน (Worksheet) ต่าง ๆ ซึ่งสามารถเพิ่มหรือลบแผ่นงานได้ • View shortcut จะแสดงมุมมองของเอกสารในมุมมองแบบต่าง ๆ

  6. การสร้างเอกสารใหม่ • วิธีที่ 1 การสร้างเอกสารเปล่า • คลิกปุ่มแฟ้ม (File) สร้าง (New)  เอกสารเปล่า (Blank Workbook) • คลิกปุ่มสร้าง (Create) • เอกสารใหม่ก็จะถูกสร้างขึ้นมา • วิธีที่ 2 การสร้างเอกสารจากแม่แบบ • คลิกปุ่ม แฟ้ม (File) สร้าง (New) แม่แบบ (Office Templates) • เลือกแม่แบบที่เราต้องการ • คลิกปุ่ม Download แล้วรอการติดตั้ง

  7. การบันทึกไฟล์ข้อมูล • การบันทึกไฟล์ข้อมูล • คลิกที่แท็บ File (แฟ้ม) จากนั้นคลิกที่ Save (บันทึก) • ระบุตำแหน่งโฟลเดอร์สำหรับบันทึก และตั้งชื่อไฟล์ข้อมูล • จากนั้นคลิกที่ปุ่ม Save เพื่อบันทึกข้อมูล • จะได้ไฟล์นามสกุล .xlsx • การบันทึกไฟล์ข้อมูลแบบสำเนา • คลิกที่แท็บ File (แฟ้ม) จากนั้นคลิกที่ Save as (บันทึกแฟ้มเป็น) • ระบุตำแหน่งโฟลเดอร์สำหรับบันทึก และตั้งชื่อไฟล์ข้อมูล • จากนั้นคลิกที่ปุ่ม Save เพื่อบันทึกข้อมูล

  8. การบันทึกไฟล์ข้อมูลเพื่อใช้กับ Excel รุ่นอื่น • คลิกที่แท็บ File (แฟ้ม) จากนั้นคลิกที่ Save as (บันทึกแฟ้มเป็น) • ระบุตำแหน่งโฟลเดอร์สำหรับบันทึก และตั้งชื่อไฟล์ข้อมูล • ในช่อง Save as typeเลือกรูปแบบการจัดเก็บไฟล์เป็น Excel97-2003 • จากนั้นคลิกที่ปุ่ม Save เพื่อบันทึกข้อมูล • จะได้ไฟล์นามสกุล .xls

  9. ประเภทของข้อมูลแบบต่างๆ • แบบข้อความ (Text) • ข้อมูลในกลุ่มนี้เป็นข้อความทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ รวมถึงตัวเลขที่ไม่ได้ใช้ในการคำนวณเช่น รายชื่อ หมายเลขโทรศัพท์ รหัสประจำตัวประชาชน • แบบตัวเลข (Number) • เป็นตัวเลขที่แสดงจำนวนหรือค่าต่างๆ เช่น ราคาสินค้า รายได้ ปริมาณ ตัวเลขสามารถนำไปคำนวณเพื่อหาค่าผลรวม หรือค่าเฉลี่ย ได้ • แบบวันที่ (Date) • การป้อนข้อมูลแบบวันที่ ส่วนใหญ่จะใส่เป็นปีคริสต์ศักราช โดยใช้เครื่องหมาย / (Slash) เป็นตัวคั่น วัน/เดือน/ปี • แบบเวลา (Time) • การป้อนข้อมูลแบบเวลา จะใช้เครื่องหมาย : (Colon) คั่นระหว่างชั่วโมง:นาที:วินาที

  10. การป้อนข้อมูล แก้ไขข้อมูล ลบข้อมูลในเซลล์ • การป้อนข้อมูล สามารถทำได้ 3 วิธี • พิมพ์ข้อมูลที่ต้องการลงในเซลล์ เสร็จแล้วกดปุ่ม Enter • พิมพ์ข้อมูลที่ต้องการลงในเซลล์ เสร็จแล้วกดปุ่ม Arrow key (ลูกศรสี่ทิศ) ที่คีย์บอร์ด • พิมพ์ข้อมูลที่ต้องการลงในเซลล์ เสร็จแล้วคลิกปุ่ม บน Formula bar

  11. การป้อนข้อมูล แก้ไขข้อมูล ลบข้อมูลในเซลล์ • การยกเลิกข้อมูลที่กำลังพิมพ์ สามารถทำได้ 2 วิธี • กดปุ่ม Esc ที่คีย์บอร์ด • คลิกปุ่ม บน Formula bar

  12. การป้อนข้อมูล แก้ไขข้อมูล ลบข้อมูลในเซลล์ • การแก้ไขข้อมูล สามารถทำได้ดังนี้ • เลือกตำแหน่งเซลล์ที่ต้องการแก้ไขข้อมูล โดยการ • กดปุ่ม F2 ที่คีย์บอร์ด • คลิกตำแหน่งที่จะแก้ไขบน Formula bar • ดับเบิ้ลคลิกที่ตำแหน่งเซลล์นั้น • ทำการแก้ไขข้อมูล เสร็จแล้วกด Enter

  13. การป้อนข้อมูล แก้ไขข้อมูล ลบข้อมูลในเซลล์ • การลบข้อมูล สามารถทำได้ดังนี้ • เลือกตำแหน่งเซลล์ที่ต้องการแก้ไขข้อมูล โดยการ • กดปุ่ม Delete ที่คีย์บอร์ด • คลิกขวาเลือกคำสั่ง Clear Contents • ที่แท็บ Home คลิกลูกศรลงของปุ่ม จะปรากฏคำสั่งให้เลือกใช้ทำการลบข้อมูล ลบทั้งข้อมูลและรูปแบบ ลบเฉพาะรูปแบบ เหลือข้อมูลเดิม ลบเฉพาะข้อมูล เหลือรูปแบบ ลบ Comment

  14. การป้อนข้อมูลด้วย AutoFill • ในการป้อนข้อมูลลงในเซลล์ หากเป็นข้อมูลที่มีความต่อเนื่องกันแบบอนุกรม เช่น การเรียงลำดับของวัน เดือน รวมถึงชุดตัวเลข • เมื่อพิมพ์ข้อมูลแรกลงไป จากนั้นทำการคลิกเมาส์ลาก Excel จะใส่ข้อมูลต่อให้เอง • การใส่ข้อมูลอัตโนมัตินี้เรียกว่า AutoFill (การเติมข้อมูลให้อัตโนมัติ)

  15. ข้อสังเกตในการป้อนข้อมูลข้อสังเกตในการป้อนข้อมูล • ข้อมูลประเภทตัวหนังสือ (Text) จะถูกจัดชิดซ้ายของเซลล์ • ข้อมูลประเภทตัวเลข (Number) วันที่-เวลา (Date & Time) ผลลัพธ์จากสูตรและฟังก์ชันการคำนวณ (Formula & Function) จะถูกจัดชิดขวาของเซลล์ • ในกรณีที่ป้อนข้อมูลใดๆ แล้วปรากฏเครื่องหมาย # # #แสดงว่าความกวางของเซลล์ไม่พอที่จะแสดงผล จะต้องทำการขยายขนาดความกว้างของเซลล์

  16. การเลือกช่วงข้อมูล • การเลือกช่วงข้อมูลที่เซลล์ติดกัน • การเลือกช่วงข้อมูลทั้งแถว • การเลือกช่วงข้อมูลทั้งคอลัมภ์ • การเลือกช่วงข้อมูลไม่ติดกัน • การเลือกช่วงข้อมูลทั้งหมดใน sheet

  17. การเลือกช่วงข้อมูลที่ติดกันการเลือกช่วงข้อมูลที่ติดกัน • คลิกเมาส์ค้างลากจากตำแหน่งเริ่มต้นไปตามแนวข้อมูลที่ต้องการแล้วปล่อยเมาส์ จะได้กลุ่มเซลล์ทั้งหมดที่ลากเมาส์คลุม

  18. การเลือกช่วงข้อมูลทั้งแถวการเลือกช่วงข้อมูลทั้งแถว • คลิกที่ตัวเลขบอกเลขที่แถว จะเป็นการเลือกข้อมูลทั้งแถว

  19. การเลือกช่วงข้อมูลทั้งคอลัมภ์การเลือกช่วงข้อมูลทั้งคอลัมภ์ • คลิกที่ตัวอักษรบอกชื่อคอลัมภ์ จะเป็นการเลือกข้อมูลทั้งคอลัมภ์

  20. การเลือกช่วงข้อมูลไม่ติดกันการเลือกช่วงข้อมูลไม่ติดกัน • การเลือกกลุ่มเซลล์ตามที่ต้องการ เมื่อต้องการจะเลือกกลุ่มเซลล์อื่น ให้กดปุ่ม CTRL ค้างไว้ แล้วนำเมาส์ไปเลือกกลุ่มเซลล์อื่นๆ

  21. การเลือกช่วงข้อมูลทั้งหมดใน sheet • คลิกที่บริเวณจุดที่ตัดกันระหว่างหัวคอลัมน์กับหัวแถว จะเลือกช่วงข้อมูลทั้งหมดใน sheet

  22. การทำงานกับแผ่นงาน (Worksheet) • โปรแกรม Excel แฟ้มงานหรือไฟล์ที่ทำงานจะเรียกว่า Workbook • ปกติใน Workbook หรือแฟ้มงานของ Excel จะแสดง Worksheet 3 sheet ให้ใช้งาน ซึ่งจะมีชื่อเป็น Sheet1 , Sheet2 และ Sheet3 • สามารถจัดการกับแผ่นงานต่าง ๆ ได้ เช่น การเพิ่ม Worksheet ใหม่ การลบ Worksheet การคัดลอกหรือย้าย Worksheet การเปลี่ยนชื่อ Worksheet และการซ่อนหรือแสดง Worksheet

  23. การทำงานกับแผ่นงาน (Worksheet) แผ่นงานหรือ Worksheet ไฟล์ Workbook Worksheet 1 ข้อมูลนิสิตคณะรัฐศาสตร์ แผ่นงานหรือ Worksheet Worksheet 2 ข้อมูลนิสิตคณะวิทยาศาสตร์

  24. การทำงานกับแผ่นงาน (Worksheet) • การเพิ่ม Worksheet ใหม่ • คลิกที่ปุ่ม เมื่อต้องการเพิ่ม Worksheet ใหม่ • หรือคลิกขวาที่ Sheet ที่มีอยู่แล้วเลือก Insert • จะปรากฎหน้าต่าง Insert ขึ้นมา ให้เลือก Worksheet แล้วคลิก OK

  25. การทำงานกับแผ่นงาน (Worksheet) • การเปลี่ยนชื่อ Worksheet • คลิกขวาที่ชีทที่ต้องการเปลี่ยนชื่อ จากนั้นเลือกคำสั่ง Rename • พิมพ์ชื่อชีทใหม่ที่ต้องการลงไป แล้วกดปุ่ม Enter ก็จะได้ชื่อชีทใหม่ตามที่ต้องการ

  26. การทำงานกับแผ่นงาน (Worksheet) • การคัดลอก Worksheet • คลิกขวาที่ชีทที่ต้องการคัดลอก จากนั้นเลือกคำสั่ง Move or copy • กำหนดว่าต้องการวางชีทไว้ตำแหน่งใด • คลิกเครื่องหมายถูกหน้า Create a copy เพื่อคัดลอกชีท

  27. การทำงานกับแผ่นงาน (Worksheet) • การลบ Worksheet • คลิกขวาที่ชีทที่ต้องการลบจากนั้นเลือกคำสั่ง Delete จะปรากฎข้อความถามการยืนยันการลบข้อมูล • คลิกที่ปุ่ม Delete เพื่อยืนยันการลบ ชีทที่เลือกไว้จะถูกลบออกจาก Workbook • การลบชีทออกไปนั้น ข้อมูลต่างๆ ในชีทจะถูกลบออกไปทั้งหมด และจะไม่สามารถเรียกคืนกลับมาได้ การลบชีทจึงต้องมั่นใจว่าชีทนั้นไม่ได้ใช้งานแล้วจริงๆ

  28. การทำงานกับแผ่นงาน (Worksheet) • การซ่อนหรือแสดง Worksheet • คลิกขวาที่ชีทที่ต้องการซ่อน แล้วเลือกคำสั่ง Hide ชีทก็จะถูกซ่อนไป • หากต้องการแสดงชีทที่ซ่อนไว้ให้กลับคืนมาให้คลิกขวาที่ชีทใด ๆ ก็ได้ จากนั้นเลือกที่ Unhide • จากนั้นให้เลือกชีทที่ต้องการให้แสดง (ในกรณีที่ซ่อนไว้หลายชีท) และคลิกที่ปุ่ม OK

  29. การทำงานกับตารางข้อมูลการทำงานกับตารางข้อมูล • การแทรกข้อมูลทั้งแถว • คลิกเมาส์เลือกแถวที่ต้องการแทรกข้อมูล • จากนั้นคลิกเมาส์ขวาแล้วเลือก Insert (แทรก) หรือคลิกที่แท็บ Home จากนั้นเลือกปุ่มคำสั่ง Insert และเลือก Insert Sheet Row

  30. การทำงานกับตารางข้อมูลการทำงานกับตารางข้อมูล • การแทรกข้อมูลทั้งคอลัมน์ • คลิกเมาส์เลือกคอลัมน์ต้องการแทรกข้อมูล • จากนั้นคลิกเมาส์ขวาแล้วเลือก Insert (แทรก) หรือคลิกที่แท็บ Home จากนั้นเลือกปุ่มคำสั่ง Insert และเลือก Insert Sheet Columns

  31. การทำงานกับตารางข้อมูลการทำงานกับตารางข้อมูล • การแทรกข้อมูลบางเซลล์ • คลิกเมาส์เลือกเซลล์ที่ต้องการแทรกข้อมูล จากนั้นไปคลิกที่แท็บ Home • จากนั้นเลือกปุ่มคำสั่ง Insert (แทรก) และเลือก Insert Cell (แทรกเซลล์) เพื่อแทรกเซลล์ • เลือกรูปแบบการขยับข้อมูลเดิม โดยมีรูปแบบดังนี้ • Shift cells right ให้เซลล์ที่เลือกขยับไปทางขวา • Shift cells down ให้เซลล์ที่เลือกขยับลงล่าง • Entire row ให้เซลล์ที่เลือกขยับลงล่างทั้งแถว • Entire column ให้เซลล์ที่เลือกขยับไปทางขวาทั้งคอลัมน์

  32. การกำหนดรูปแบบและปรับแต่งเซลล์ข้อมูลการกำหนดรูปแบบและปรับแต่งเซลล์ข้อมูล • จัดรูปแบบตัวอักษร • คลิกเลือกเซลล์หรือกลุ่มเซลล์ที่ต้องการจัดรูปแบบข้อมูล • เลือกเครื่องมือจากแท็บ Home ในกลุ่มคำสั่ง Font เพื่อจัดรูปแบบตัวอักษร • หากต้องการกำหนดรายละเอียดเพิ่มเติมนอกเหนือจากนี้ สามารถคลิกที่ เพื่อเรียกไดอะล็อกบ็อกซ์ Format Cells

  33. การกำหนดรูปแบบและปรับแต่งเซลล์ข้อมูลการกำหนดรูปแบบและปรับแต่งเซลล์ข้อมูล • จัดรูปแบบตัวอักษร Format Cells จะมีเครื่องมือในการกำหนดฟอนต์ให้ตัวอักษร กำหนดลักษณะตัวหนา ตัวเอียง การกำหนดขนาด การใส่สีข้อความ และการขีดเส้นใต้ให้กับข้อความ

  34. การกำหนดรูปแบบและปรับแต่งเซลล์ข้อมูลการกำหนดรูปแบบและปรับแต่งเซลล์ข้อมูล • การใส่สีพื้นหลังให้กับเซลล์ • คลิกเลือกเซลล์หรือกลุ่มเซลล์ที่ต้องการใส่สีพื้น • คลิกที่ปุ่ม เพื่อเลือกสีที่ต้องการ • สามารถคลิกที่ More Color… เพื่อเข้าไปเลือกสีเพิ่มเติมได้อีก • คลิกเลือกสีที่ต้องการ (ในขณะที่ทำการเลื่อนเมาส์เพื่อเลือกสี สีพื้นของพื้นที่ที่เลือกจะเปลี่ยนตามไปด้วย) • หากต้องการยกเลิกสีพื้น สามารถทำได้โดยการคลิกเลือกเซลล์ที่ต้องการยกเลิกการใส่สีพื้น จากนั้นคลิกที่ แล้วเลือกที่ No Fill สีพื้นที่ตั้งไว้ก็จะหายไป

  35. การกำหนดรูปแบบและปรับแต่งเซลล์ข้อมูลการกำหนดรูปแบบและปรับแต่งเซลล์ข้อมูล • การจัดรูปแบบเซลล์ด้วยสไตล์ (Cell Styles) • เลือกเซลล์ที่ต้องการจัดรูปแบบ จากนั้นคลิกที่ปุ่ม Cell Styles ที่แท็บ Home ในกลุ่มคำสั่ง Styles • เลือกรูปแบบของ Styles ที่ต้องการ

  36. การกำหนดรูปแบบและปรับแต่งเซลล์ข้อมูลการกำหนดรูปแบบและปรับแต่งเซลล์ข้อมูล • การจัดรูปแบบข้อมูลตัวเลข • เมื่อพิมพ์ข้อมูลตัวเลขลงในเซลล์ ข้อมูลจะเป็นแบบ General คือยังไม่ได้กำหนดรูปแบบไว้ • คลิกที่ เพื่อใส่คอมม่าคั่นหลักตัวเลข ตัวเลขภายในเซลล์จะมีเครื่องหมายคอมม่าคั่นหลักพันและมีจุดทศนิยมเพิ่มมาด้วย • สามารถเพิ่มลดจุดทศนิยมได้ • ลดตำแหน่งของทศนิยม • เพิ่มตำแหน่งของทศนิยม

  37. การกำหนดรูปแบบและปรับแต่งเซลล์ข้อมูลการกำหนดรูปแบบและปรับแต่งเซลล์ข้อมูล

  38. การใช้งานสูตรและฟังก์ชันการใช้งานสูตรและฟังก์ชัน • ลักษณะที่โดดเด่นของโปรแกรม Microsoft Excel คือความสามารถในด้านการคำนวณ • โปรแกรม Excel เราจะต้องใส่เครื่องหมายเท่ากับ (=) นำหน้าข้อมูลที่ต้องการคำนวณก่อนเสมอ

  39. ตัวดำเนินการทางคณิตศาสตร์ตัวดำเนินการทางคณิตศาสตร์ • ตัวดำเนินการทางคณิตศาสตร์ จะใช้กับข้อมูลที่เป็นตัวเลขเท่านั้น ได้แก่เครื่องหมาย วงเล็บ บวก ลบ คูณ หาร ยกกำลัง และเปอร์เซนต์

  40. ตัวดำเนินการเปรียบเทียบตัวดำเนินการเปรียบเทียบ • เป็นตัวดำเนินการในการเปรียบเทียบข้อมูล เช่น เท่ากับ ไม่เท่ากับ มากกว่า น้อยกว่า เป็นต้น โดยผลลัพธ์จะได้เป็นจริง (True) หรือเท็จ (False)

  41. ตัวดำเนินการอ้างอิง

  42. การเริ่มต้นป้อนสูตรคำนวณการเริ่มต้นป้อนสูตรคำนวณ • การป้อนสูตรคำนวณใน Excel เริ่มจากการคลิกที่เซลล์ที่ต้องการให้แสดงผลลัพธ์หรือต้องการใส่สูตร • ขึ้นต้นด้วยเครื่องหมาย = ก่อนเสมอ เพื่อบอกให้โปรแกรมรู้ว่ากำลังจะเป็นการคำนวณ • จากนั้นก็ทำการป้อนสูตรที่ต้องการ เช่น • =(2*3)^2/4+7 • = (A1+A2)-A3

  43. การอ้างอิงตำแหน่งเซลล์การอ้างอิงตำแหน่งเซลล์ • ใน Excel สามารถย้ายหรือคัดลอกสูตรที่เราป้อนในเซลล์ได้ เช่นเดียวกับการย้ายหรือคัดลอกข้อมูลธรรมดา แต่หากต้องการให้ผลลัพธ์จากการคำนวณนั้นถูกต้อง จำเป็นจะต้องเข้าใจการอ้างอิงเซลล์แบบต่างๆ ซึ่งมี 3 รูปแบบดังนี้ • การอ้างอิงเซลล์แบบสัมพัทธ์ (Relative Reference) • การอ้างอิงแบบสัมบูรณ์ (Absolute Reference) • อ้างอิงแบบผสม (Mixed Reference)

  44. การอ้างอิงเซลล์แบบสัมพัทธ์ (Relative Reference) • เป็นการอ้างอิงเซลล์โดยของปกติของ Excel • เมื่อทำการคัดลอกหรือเคลื่อนย้ายสูตรแล้ว Excel จะเปลี่ยนตำแหน่งอ้างอิงเซลล์ในสูตรไปตามสัดส่วนระยะทางที่เซลล์ถูกย้ายหรือคัดลอก =E4-F4

  45. การอ้างอิงเซลล์แบบสัมพัทธ์ (Relative Reference) • เมื่อสูตรในการคำนวณเป็น =E4-F4 ในเซลล์ G4 ถูกคัดลอกไปยังตำแหน่ง G5 • สูตรที่แสดงในเซลล์ G5 จะเป็น =E5-F5 • โดยการเปลี่ยนแปลงจะสัมพันธ์กับระยะทางที่เซลล์ G4 ถูกคัดลอกลงด้านล่าง 1 เซลล์นั่นเอง =E5-F5

  46. การอ้างอิงแบบสัมบูรณ์ (Absolute Reference) • การอ้างอิงแบบสัมบูรณ์จะเป็นการกำหนดให้ค่าในสูตรคงที่ • ไม่ว่าจะทำการคัดลอกสูตรหรือย้ายเซลล์ไปที่ตำแหน่งใด ค่าในเซลล์ที่อ้างอิงจะไม่เปลี่ยนแปลง • การใช้งานจะต้องใส่เครื่องหมาย $ ไว้ที่เซลล์เพื่อล็อคเซลล์ไม่ให้มีการเปลี่ยนแปลง

  47. การอ้างอิงแบบสัมบูรณ์ (Absolute Reference) • ตัวอย่างดังรูป มีการกำหนดค่าคงที่ของเงินประกันสังคมที่ต้องหักจากเงินเดือนไว้ที่เซลล์ D2 • เมื่อต้องการหาค่าเงินประกันสังคม หากใช้สูตรในการคำนวณที่เซลล์ F4 เป็น =D2*E4 เมื่อทำการคัดลอกสูตรไปที่เซลล์ F5 จะเกิดการคำนวณผิดพลาด

  48. การอ้างอิงแบบสัมบูรณ์ (Absolute Reference) • ต้องทำการล็อคเซลล์ D2 เอาไว้ ซึ่งจะต้องแก้สูตรในเซลล์ F4 เป็น =$D$2*E4 • จึงทำการคัดลอกสูตรไปยังตำแหน่งอื่นๆ จะสังเกตเห็นว่าที่ตำแหน่ง F5 สูตรที่คัดลอกมาจะเป็น =$D$2*E5 ซึ่งตำแหน่ง D2 จะถูกล็อคไว้ที่เดิมไม่เปลี่ยนแปลง =$D$2*E4

  49. อ้างอิงแบบผสม (Mixed Reference) • เป็นการผสมกันระหว่างการอ้างอิงแบบสัมบูรณ์และการอ้างอิงแบบสัมพัทธ์ • โดยเป็นการล็อคตำแหน่งของเซลล์เฉพาะแถวหรือคอลัมน์เท่านั้น • จะใช้เครื่องหมาย $ ไว้หน้าชื่อเรียกคอลัมน์เพื่อล็อคคอลัมน์ ตัวอย่างเช่น =$C4*$G4 • และใช้เครื่องหมาย $ ไว้หน้าชื่อเรียกแถวเพื่อทำการล็อคแถว ตัวอย่างเช่น =C$4*G$4

  50. อ้างอิงแบบผสม (Mixed Reference)