SlideServe
Menu
Préférences
© SlideServe · v2026

รายวิชาพื้นฐาน กลุ่มสาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์ วิชา วิทยาศาสตร์ ม.3 เล่ม 1

curran-simmons avatar
35 diapositives · 2.4K Views · Nov 12, 2014

รายวิชาพื้นฐาน กลุ่มสาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์ วิชา วิทยาศาสตร์ ม.3 เล่ม 1. หน่วยการเรียนรู้ที่ 1. พันธุกรรม. พันธุกรรม. กระบวนการถ่ายทอด ลักษณะทางพันธุกรรม. พันธุกรรม. โรคทางพันธุกรรม. โครโมโซมและยีน. พันธุกรรม. ความหมายของพันธุกรรม.

รายวิชาพื้นฐาน กลุ่มสาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์ วิชา วิทยาศาสตร์ ม.3 เล่ม 1 - slide 1
01 / 35รายวิชาพื้นฐาน กลุ่มสาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์ วิชา วิทยาศาสตร์ ม.3 เล่ม 1
1 / 17

Télécharger la présentation

รายวิชาพื้นฐาน กลุ่มสาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์ วิชา วิทยาศาสตร์ ม.3 เล่ม 1
Une image / un lien ci-dessous est fourni (tel quel) pour télécharger la présentation

Politique de téléchargement : le contenu du site vous est fourni TEL QUEL pour votre information et votre usage personnel ; il ne peut être vendu, concédé sous licence ni partagé sur d’autres sites sans l’accord de son auteur.Le contenu vous est fourni TEL QUEL, pour votre information et votre usage personnel uniquement. Téléchargez la présentation en cliquant sur ce lien. Lors du téléchargement, si vous ne parvenez pas à télécharger une présentation, l’éditeur a peut-être supprimé le fichier de son serveur.Pendant le téléchargement, si vous ne parvenez pas à obtenir une présentation, le fichier a peut-être été supprimé par l’éditeur.

F I N

Plus de contenu associé

Transcription de la présentation
  1. รายวิชาพื้นฐาน กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ วิชาวิทยาศาสตร์ ม.3 เล่ม 1

  2. หน่วยการเรียนรู้ที่1 พันธุกรรม

  3. พันธุกรรม • กระบวนการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม พันธุกรรม • โรคทางพันธุกรรม • โครโมโซมและยีน

  4. พันธุกรรม

  5. ความหมายของพันธุกรรม • การถ่ายทอดลักษณะของสิ่งมีชีวิตจากรุ่นหนึ่งไปสู่อีกรุ่นหนึ่ง • กรรมพันธุ์ เป็นลักษณะทางพันธุกรรมลักษณะใดก็ตามที่เป็นของรุ่นพ่อแม่แล้วไปปรากฏในรุ่นลูก • ลักษณะทางพันธุกรรมไม่สามารถประเมินจากสิ่งที่ปรากฏในรุ่นลูกเท่านั้น เพราะลักษณะบางอย่างอาจข้ามไปปรากฏในรุ่นหลานได้

  6. ลักษณะที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรมลักษณะที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรม • ลักษณะต่างๆ ทางพันธุกรรม สามารถถ่ายทอดไปสู่รุ่นต่อไป โดยผ่านทางเซลล์สืบพันธุ์ของพ่อและแม่ • ลักษณะของสิ่งมีชีวิตไม่ใช่เป็นกรรมพันธุ์ทุกลักษณะ โดยลักษณะบางอย่างเกิดจากสิ่งแวดล้อม เช่น แผลเป็นที่เกิดจากอุบัติเหตุ หรือการศัลยกรรมตกแต่งทางการแพทย์ เป็นต้น มีลักยิ้ม ไม่มีลักยิ้ม

  7. ความแปรผันทางพันธุกรรมความแปรผันทางพันธุกรรม • ลักษณะที่มีความแปรผันแบบไม่ต่อเนื่อง (discontinuous variation) • เป็นลักษณะทางพันธุกรรมที่สามารถแยกความแตกต่างได้อย่างชัดเจน • เกิดจากอิทธิพลทางพันธุกรรมเพียงอย่างเดียว • ตัวอย่างเช่น ลักษณะลักยิ้ม ติ่งหู ห่อลิ้น ห่อลิ้นได้ ห่อลิ้นไม่ได้

  8. ลักษณะที่มีความแปรผันแบบต่อเนื่อง (continuous variation) • เป็นลักษณะทางพันธุกรรมที่ไม่สามารถแยกความแตกต่างได้อย่างชัดเจน • ได้รับอิทธิพลจากพันธุกรรมและสิ่งแวดล้อม • ตัวอย่างเช่น ความสูง น้ำหนัก โครงร่าง สีผิว

  9. โครโมโซมและยีน

  10. โครโมโซม • เป็นที่อยู่ของหน่วยพันธุกรรม • ควบคุมและถ่ายทอดข้อมูลเกี่ยวกับลักษณะทางพันธุกรรมของสิ่งมีชีวิต • การศึกษาโครโมโซมต้องอาศัยกล้องจุลทรรศน์ที่มีกำลังขยายสูง

  11. ลักษณะของโครโมโซม • เมื่อมองเซลล์ผ่านกล้องจุลทรรศน์จะเห็นเส้นใยเล็กๆ พันกันอยู่ในนิวเคลียส เรียกว่า โครมาทิน (chromatin) • เมื่อเริ่มแบ่งเซลล์ โครมาทินจะหดตัวสั้นเข้ามีลักษณะเป็นแท่ง เรียกว่า โครโมโซม • แต่ละโครโมโซมประกอบด้วยแขน 2 ข้าง เรียกว่า โครมาทิด (chromatid) • จุดที่เชื่อมแขนทั้ง 2 ข้างของโครโมโซมให้ติดกัน เรียกว่า เซนโทรเมียร์ (centomere)

  12. จำนวนโครโมโซมของสิ่งมีชีวิตจำนวนโครโมโซมของสิ่งมีชีวิต ตารางแสดงจำนวนโครโมโซมของสิ่งมีชีวิต

  13. มนุษย์มีจำนวนโครโมโซม 46 โครโมโซม จัดเป็นคู่ได้ 23 คู่ โดยที่ 22 คู่ เรียกว่า ออโตโซม (autosome) มีบทบาทสำคัญในการกำหนดลักษณะทางพันธุกรรมต่างๆ ในร่างกาย ส่วนอีก 1 คู่ เรียกว่า โครโมโซมเพศ (sex chromosome) • โครโมโซมเพศ เป็นการจับคู่ของโครโมโซม 2 ตัว ที่แตกต่างกัน คือ โครโมโซม X และโครโมโซม Y • เพศหญิงมีโครโมโซมเพศ XX ส่วนเพศชายมีโครโมโซมเพศ XY เพศหญิง เพศชาย

  14. ยีน • หน่วยพันธุกรรมที่อยู่บนดีเอ็นเอ เรียงกันเหมือนสร้อยลูกปัด • ควบคุมและถ่ายทอดลักษณะต่างๆ จากพ่อแม่ไปยังลูกหลาน ผ่านเซลล์สืบพันธุ์ • มนุษย์มียีนประมาณ 50,000 ยีน ยีนแต่ละยีนควบคุมลักษณะทางพันธุกรรมเพียงลักษณะเดียว ดีเอ็นเอ • DNA ย่อมาจาก Deoxyribonucleic acid • ประกอบด้วย สายนิวคลีโอไทด์(nucleotide) สองสายบิดตัวเป็นเกลียวคู่ (double helix) • มีเบส เป็นตัวยึดสายนิวคลีโอไทด์ทั้งสอง ซึ่งเบสมีทั้งหมด 4 ชนิด คือ อะดีนีน(Adenine : A) ไทมีน (Thymine : T) ไซโทซีน(Cytosine : C)และกัวนีน(Guanine : G)

  15. กระบวนการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรมกระบวนการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม

  16. การค้นพบของเมนเดล • เกรเกอร์ โยฮันน์ เมนเดล (Gregor Johann Mendel) ศึกษาการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม โดยการผสมพันธุ์ถั่วลันเตาต้นสูงทุกรุ่นกับต้นเตี้ยแคระ • การศึกษาของเมนเดลพบว่ารุ่นลูกหรือรุ่น F1เป็นต้นสูงทั้งหมด • เมื่อนำเมล็ดของรุ่น F1 ไปเพาะ พบว่ารุ่นหลานหรือรุ่น F2มีต้นสูงและต้นเตี้ยแคระ ในอัตราส่วน 3:1 • เมนเดลอธิบายว่า ลักษณะต้นสูงในทุกรุ่น เรียกว่า ลักษณะเด่น (dominant) และลักษณะต้นเตี้ยแคระที่ปรากฏในบางรุ่น เรียกว่า ลักษณะด้อย (recessive) เกรเกอร์ โยฮันน์ เมนเดลบิดาแห่งพันธุศาสตร์

  17. เมนเดลทดลองแบบเดียวกัน กับลักษณะอื่นๆ อีก 6 ลักษณะของถั่วลันเตา ได้แก่ ลักษณะเมล็ด สีของเมล็ด ลักษณะของฝัก สีของฝัก ตำแหน่งของดอก และสีของเปลือกหุ้มเมล็ด

  18. ลักษณะทางพันธุกรรม • การแสดงออกของลักษณะต่างๆ ในสิ่งมีชีวิตเกิดจากโครโมโซมที่ทำหน้าที่ถ่ายทอดข้อมูลทางพันธุกรรม เรียกว่า โครโมโซมคู่เหมือน (homologous chromosome) • ยีนที่ควบคุมการแสดงออกเดียวกันที่อยู่บนโครโมโซมคู่เหมือน เรียกว่า จีโนไทป์ (genotype) • จีโนไทป์เขียนแทนด้วยอักษรภาษาอังกฤษสองตัว เช่น Aa, BB, Dd โดยอักษรตัวพิมพ์ใหญ่ หมายถึง ยีนเด่น และตัวพิมพ์เล็ก หมายถึง ยีนด้อย ยีนเด่น (B) เพียงตัวเดียวก็จะทำให้ลักษณะที่แสดงออกเป็นลักษณะเด่นได้

  19. กระบวนการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรมกระบวนการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม ลักษณะทางพันธุกรรมจากพ่อแม่ถ่ายทอดไปสู่ลูกหลาน ผ่านทางเซลล์สืบพันธุ์ และการปฏิสนธิ

  20. การถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรมหนึ่งลักษณะการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรมหนึ่งลักษณะ หากนำพืชต้นสูงพันธุ์แท้ (TT) ผสมกับต้นเตี้ยแคระ (tt) จะได้รุ่นลูก (F1 ) ที่มียีนแบบ Ttซึ่งมีลักษณะต้นสูง

  21. เมื่อนำรุ่นลูก (F1 ) มาผสมพันธุ์กัน โอกาสที่ยีนจะเข้าคู่กันมี 3 แบบ คือ TT, Tt, ttในอัตราส่วน 1:2:1 ดังนั้นรุ่นหลาน (F2) จะมีลักษณะต้นสูง และต้นเตี้ยแคระ ในอัตราส่วน 3:1

  22. บางกรณีลักษณะเด่นไม่สามารถข่มลักษณะด้อยได้ เรียกว่า ลักษณะข่มไม่สมบูรณ์ (incomplete dominant) ทำให้รุ่นลูก (F1 ) แสดงออกทั้งลักษณะเด่นและลักษณะด้อย รุ่นพ่อแม่ รุ่นลูก (F1) (ดอกสีขาว) (ดอกสีแดง) Pp (ดอกสีชมพู) Pp (ดอกสีชมพู) รุ่นหลาน (F2) รุ่นลูก (F1) Pp (ดอกสีชมพู) pp (ดอกสีขาว) Pp (ดอกสีชมพู) PP (ดอกสีแดง) (ดอกสีชมพู)

  23. การถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรมสองลักษณะการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรมสองลักษณะ • เนื่องจากสิ่งมีชีวิตมีลักษณะทางพันธุกรรมหลายลักษณะ ดังนั้นในการผสมพันธุ์แต่ละครั้งจึงมีการถ่ายทอดลักษณะอื่นๆ ไปพร้อมกันด้วย • เมื่อผสมพันธุ์ถั่วลันเตาเมล็ดกลมสีเหลือง กับถั่วลันเตาเมล็ดขรุขระสีเขียว จะได้รุ่นลูก (F1 ) มีลักษณะเมล็ดกลมสีเหลืองทั้งหมด

  24. เมื่อนำรุ่นลูก (F1 ) มาผสมพันธุ์กันจะได้รุ่นหลาน (F2) มีเมล็ด 4 ลักษณะ คือ เมล็ดกลมสีเหลือง เมล็ดกลมสีเขียว เมล็ดขรุขระสีเหลือง และเมล็ดขรุขระสีเขียว ในอัตราส่วน 9:3:3:1

  25. วิธีการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรมวิธีการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม 1. ผ่านทางออโตโซม ซึ่งจะเป็นไปตามกฎของเมนเดล เช่น ยีนที่ควบคุมลักษณะการมี ติ่งหู 2. ผ่านทางโครโมโซมเพศ ซึ่งจะเกี่ยวเนื่องกับโครโมโซม X เช่น ยีนที่กำหนดตาบอดสีซึ่งมียีนด้อยอยู่บนโครโมโซม X จึงทำให้แสดงลักษณะออกมาได้อย่างเต็มที่ในเพศชาย ตัวอย่างการถ่ายทอดยีนตาบอดสี ซึ่งอยู่บนโครโมโซม X

  26. การกลาย เป็นปรากฏการณ์ที่มีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของยีน ทำให้มีคุณสมบัติเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม • การกลายที่เซลล์ร่างกาย • เกิดกับยีนในเซลล์ต่างๆ ของร่างกาย ซึ่งไม่ถ่ายทอดไปสู่ลูกหลาน เช่น การเกิดมะเร็ง เนื้องอก เป็นต้น • การกลายที่เซลล์สืบพันธุ์ • เกิดกับยีนในเซลล์สืบพันธุ์ ซึ่งสามารถถ่ายทอดไปสู่ลูกหลานได้ นิ้วเกิน

  27. โรคทางพันธุกรรม

  28. โรคทางพันธุกรรม ความผิดปกติของออโตโซม • การเพิ่มจำนวนโครโมโซม กลุ่มอาการดาวน์ สาเหตุ:เกิดจากโครโมโซมร่างกายคู่ที่ 21 เกินมา 1 โครโมโซม อาการ:ระยะแรกเกิดตัวจะอ่อนปวกเปียก ศีรษะและดั้งจมูก แบน ตาห่าง หางตาชี้ ปากปิดไม่สนิท ลิ้นจุกปาก นิ้วมือสั้นและป้อม หัวใจพิการ ปัญญาอ่อน อายุสั้น

  29. การขาดหายของโครโมโซม กลุ่มอาการคริดูชาต์ สาเหตุ:เกิดจากส่วนของแขนข้างสั้นของ โครโมโซมคู่ที่ 5 หายไป 1 โครโมโซม อาการ:ศีรษะเล็กกว่าปกติ หน้ากลม ใบหูต่ำ ตาห่าง ปัญญาอ่อน เสียงร้องแหลมเล็ก คล้าย แมวร้อง

  30. ความผิดปกติของโครโมโซมเพศความผิดปกติของโครโมโซมเพศ • การเพิ่มจำนวนโครโมโซม กลุ่มอาการไคลน์เฟลเตอร์ สาเหตุ:เกิดจากการมีโครโมโซม X เกินมา จากปกติ ซึ่งพบใน เพศชาย อาการ:อัณฑะเล็ก เป็นหมัน รูปร่างคล้าย เพศหญิง (สะโพกผาย หน้าอกโต) เสียงแหลม แขนขายาว ปัญญาอ่อน หน้าอกโต สะโพกพาย แขนขายาว

  31. กลุ่มอาการดับเบิ้ลวาย สาเหตุ:เกิดจากการมีโครโมโซม Y เพิ่มมา 1 โครโมโซม ซึ่งพบในเพศชาย อาการ: รูปร่างสูงกว่าปกติ มีอารมณ์รุนแรง โมโหง่าย อวัยวะเพศเจริญดี ไม่เป็นหมัน

  32. การลดจำนวนโครโมโซม กลุ่มอาการเทอร์เนอร์ สาเหตุ:เกิดจากโครโมโซม X หายไป 1 โครโมโซม ซึ่งพบในเพศหญิง อาการ:รูปร่างเตี้ย คอสั้นและมีพังผืด เป็นแผ่นกว้าง หัวนมเล็กและ อยู่ห่างกัน รังไข่ไม่เจริญและ เป็นหมัน คอสั้นและมีพังผืด หน้าอกกว้าง หัวนมเล็ก รังไข่ ไม่เจริญ

  33. ความผิดปกติของยีน • คนเผือก (albino) • สาเหตุ:เกิดจากยีนบนโครโมโซมร่างกาย ซึ่งควบคุมการสร้างสารเมลานิน ใต้ผิวหนังผิดปกติ • อาการ:เส้นผม ขน ผิวหนัง รวมทั้งตาดำ • มีสีขาว • ตาบอดสี (color blindness) • สาเหตุ: เกิดจากมียีนด้อยบนโครโมโซม X • อาการ: การมองเห็นสีผิดปกติ

  34. โรคธาลัสซีเมีย (thalassemia) • สาเหตุ: เกิดจากความผิดปกติของยีนบนโครโมโซมร่างกาย ซึ่งควบคุมการสร้างฮีโมโกลบินในเม็ดเลือดแดง • อาการ:ผู้เป็นพาหะ คือผู้ที่มียีนด้อยของโรคธาลัสซีเมีย • 1 ยีน จากพ่อหรือแม่ ซึ่งจะไม่แสดงอาการของโรค • ผู้ป่วย คือผู้ที่ได้รับยีนของโรคธาลัสซีเมีย • จากทั้งพ่อและแม่ ซึ่งจะมีเซลล์เม็ดเลือดแดง • ผิดปกติและแตกสลายง่าย

  35. สรุปทบทวนประจำหน่วยการเรียนรู้ที่ 1 • พันธุกรรม คือ การถ่ายทอดลักษณะของสิ่งมีชีวิตจากรุ่นหนึ่งไปสู่อีกรุ่นหนึ่ง • ความแปรผันทางพันธุกรรม คือ ความแตกต่างของลักษณะทางพันธุกรรมในกลุ่มสิ่งมีชีวิตชนิดเดียวกัน • โครโมโซม มีลักษณะเป็นท่อน ซึ่งประกอบด้วยแขนสองข้างที่เชื่อมติดกัน • สิ่งมีชีวิตแต่ละชนิดมีจำนวนโครโมโซมแตกต่างกัน ซึ่งมนุษย์ มีโครโมโซมจำนวน 46 โครโมโซม จัดได้ 23 คู่ เป็นโครโมโซมร่างกาย 22 คู่ และโครโมโซมเพศ 1 คู่ • ยีน เป็นหน่วยพันธุกรรมที่อยู่บนดีเอ็นเอ ทำหน้าที่ควบคุมและถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม • เกรเกอร์ โยฮันน์ เมนเดล เป็นบิดาแห่งพันธุศาสตร์ ได้ศึกษาการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรมในต้นถั่วลันเตา • โรคทางพันธุกรรม คือ โรคที่เกิดจากความผิดปกติของโครโมโซมหรือยีน ซึ่งสามารถถ่ายทอดสู่ลูกหลานได้