Download
dna dna replication n.
Skip this Video
Loading SlideShow in 5 Seconds..
การจำลอง DNA DNA replication PowerPoint Presentation
Download Presentation
การจำลอง DNA DNA replication

การจำลอง DNA DNA replication

1103 Vues Download Presentation
Télécharger la présentation

การจำลอง DNA DNA replication

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - E N D - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
Presentation Transcript

  1. การจำลองDNADNA replication โดย ครูพัชมณฑ์ ชัยกูล

  2. คุณสมบัติของสารพันธุกรรมคุณสมบัติของสารพันธุกรรม วอตสันและคริกค้นพบโครงสร้างทางเคมีของ DNA ขั้นตอนต่อไปก็คือ การพิสูจน์และตรวจสอบว่าโครงสร้างของ DNA นี้ มีสมบัติที่จะเป็นสารพันธุกรรมได้หรือไม่ ซึ่งสารพันธุกรรมต้องมีสมบัติสำคัญ ดังนี้

  3. คุณสมบัติของสารพันธุกรรมคุณสมบัติของสารพันธุกรรม ประการแรก ต้องสามารถเพิ่มจำนวนตัวเองได้โดยมีลักษณะเหมือนเดิมเพื่อให้สามารถถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรมจากรุ่นพ่อแม่ไปยังรุ่นลูกได้ ประการที่สอง สามารถควบคุมให้เซลล์สังเคราะห์สารต่างๆเพื่อแสดงลักษณะทางพันธุกรรมให้ปรากฏ

  4. คุณสมบัติของสารพันธุกรรมคุณสมบัติของสารพันธุกรรม ประการที่สาม ต้อง สามารถเปลี่ยนแปลงได้บ้าง ซึ่งอาจก่อให้เกิดลักษณะพันธุกรรมที่ผิดแปลกไปจากเดิมและทำให้เกิดสิ่งมีชีวิตสปีชีส์ใหม่ๆขึ้น หลังจากวอตสันและคริกได้เสนอโครงสร้างของ DNA แล้วในระยะเวลาเกือบ 10 ปี  ต่อมา จึงสามารถพิสูจน์ได้ว่า DNA มีสมบัติเป็นสารทางพันธุกรรม

  5. วอตสันและคริกจึงได้รับรางวัลโนเบลจากผลงานการค้นพบโครงสร้าง DNA ในปี พ.ศ. 2505 นับว่าเป็นความก้าวหน้าที่สำคัญยิ่งทางด้านวิทยาศาสตร์ และเป็นจุดเริ่มต้นให้กับนักวิทยาศาสตร์ที่จะค้นคว้าในระดับโมเลกุลต่อไป

  6. DNA replication การที่ DNA สามารถเพิ่มจำนวนโดยการจำลองตัวเองได้ ( replication)ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่สำคัญมากในการทำหน้าที่ถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรมจากสิ่งมีชีวิตรุ่นหนึ่ง ไปยังอีกรุ่นหนึ่ง

  7. DNA replication การจำลองตัวของดีเอ็นเอเริ่มจากการคลายเกลียวออกจากกันแล้ว ใช้สายพอลินิวคลีโอไทด์สายใดสายหนึ่งใน 2 สายเป็นแม่พิมพ์ (template) ในการสร้างสายใหม่ ซึ่งสุดท้ายดีเอ็นเอที่จำลองใหม่จะประกอบด้วยสายพอลินิวคลีโอไทด์สายเดิม 1 สาย และสายใหม่ 1 สาย เรียกการจำลองตัวแบบนี้ว่า การจำลองแบบกึ่งอนุรักษ์ (semiconservative)

  8. การจำลองแบบกึ่งอนุรักษ์การจำลองแบบกึ่งอนุรักษ์

  9. DNA replication ดีเอ็นเอสายใหม่ถูกสร้างจากปลาย 5 ' ไปยัง 3 ' เส้นที่สามารถสร้างติดต่อกันไปเรื่อย ๆ โดยไม่หยุดเรียกว่าเส้นนำ (Leading strand) ส่วนดีเอ็นเอ เส้นที่สร้างแบบไม่ต่อเนื่อง ซึ่งก็จะมี การเชื่อมกันของดีเอ็นเอ เส้นสั้น ๆ ที่ไม่ต่อเนื่อง กันให้เกิดเป็นสายโพลีนิวคลีโอไทด์ ที่สมบูรณ์

  10. DNA replication ดีเอ็นเอ เส้นสั้น ๆ ที่ถูกสร้างขึ้นมาโดยยังไม่ได้ต่อกันเรียกว่า Okazaki fragment และจะมีเอนไซม์ ดีเอ็นเอไลเกส (DNA ligase) มาเชื่อมทำให้ได้เป็นเส้นยาวเรียกว่าเส้นตาม (Lagging strand)

  11. DNA replication

  12. เอนไซม์ที่ใช้ในการสร้างDNAสายใหม่เอนไซม์ที่ใช้ในการสร้างDNAสายใหม่ ใน ยูคาริโอท มีการสร้าง เส้นนำ และเส้นตามเช่นกัน โดยเอนไซม์ที่ใช้ในการสร้าง เส้นตาม มีดังนี้ 1. Helicaseหรือ helix-destabilizing protein เป็นเอนไซม์ที่สลายพันธะไฮโดรเจน ทำให้โมเลกุลดีเอ็นเอมีการคลายเกลียวคู่ ออกจากกันเป็นสายเดี่ยว 2 สายโดยอาศัยพลังงานจากการสลาย ATP

  13. เอนไซม์ที่ใช้ในการสร้างDNAสายใหม่เอนไซม์ที่ใช้ในการสร้างDNAสายใหม่ 2. โปรตีนเกาะสายเดี่ยว (single strand DNA binding protein : SSB หรือ DBP) จะจับกับดีเอนเอสายเดี่ยวที่แยกออกจากกันเป็นตัวป้องกันไม่ให้ ดีเอ็นเอสายเดี่ยวกลับไปจับกันอีก จะได้ไม่เกิดเป็นโมเลกุลดีเอ็นเอเกลียวคู่เหมือนเดิม และป้องกัน DNA สายเดี่ยวไม่ให้ถูกย่อยโดยเอนไซม์ nuclease

  14. เอนไซม์ที่ใช้ในการสร้างDNAสายใหม่เอนไซม์ที่ใช้ในการสร้างDNAสายใหม่ 3. DNA gyraseหรือ topoisomeraseทำหน้าที่คลายปมเหนือจุดแยก (replication fork) โดยการตัด DNA สายใดสายหนึ่งออก เพื่อให้คลายเกลียวได้แล้วจึงต่อกลับใหม่ 4. Primaseทำหน้าที่สร้างอาร์เอ็นเอเริ่มต้น (RNA primer) (primosome : ไพรเมอร์และเอนไซม์ที่รวมกันอยู่ที่จุดแยก )

  15. เอนไซม์ที่ใช้ในการDNAสร้างสายใหม่เอนไซม์ที่ใช้ในการDNAสร้างสายใหม่ 5. DNA polymerase I ทำหน้าที่ในการต่อสายโพลีนิวคลีโอไทด์ให้ยาวขึ้นและตรวจสอบลำดับเบสที่ผิดพลาด และกำจัดลำดับเบสที่ผิดพลาดออกไป รวมถึงการกำจัด RNA primer

  16. เอนไซม์ที่ใช้ในการDNAสร้างสายใหม่เอนไซม์ที่ใช้ในการDNAสร้างสายใหม่ 6. DNA polymerase III เป็นเอนไซม์หลักในการจำลองตัวของ DNA โดยต่อนิวคลีโอไทด์ทีละโมเลกุลจนได้สายยาว 7. DNA ligaseทำหน้าที่เชื่อมดีเอ็นเอเส้นสั้น ๆ เข้าด้วยกัน โดยการสร้างพันธะฟอสโฟไดเอสเทอร์เชื่อมจุดที่ขาด

  17. กลไกการการจำลองDNA 1. DNA template คลายเกลียวโดยเอนไซม์DNA Gyrase ตัด DNA สายใดสายหนึ่งออก 2. Enzyme   Helicaseเข้าไปสลายพันธะ H-bond  โดยมี ATP เข้าช่วย พร้อมทั้งมีโปรตีน SSBจับสาย polynucleotide ไว้ไม่ให้กลับมาพันเกลียวกันอีกครั้ง

  18. กลไกการการจำลองDNA 3.  DNA  Primaseจะสร้าง RNA  Primer มาจับกับสาย  Leading strand  เพื่อเป็นตัวเริ่มต้นให้กับสายที่กำลังจะเกิดขึ้น 4. DNA polymerase จะเข้ามาเพิ่มความยาวของ DNA โดยกระตุ้นให้   nucleotide   มาต่อกับ RNA  primer  โดยเบส A จับคู่กับ T  และ เบส C จับคู่กับ G

  19. เอนไซม์ต่างๆที่ใช้ในการสังเคราะห์ DNA

  20. ในการสังเคราะห์ Polynucleotideสายใหม่ มี 2 สาย คือ -  สาย Leading  Strandมีการต่อสายจาก5/ ไป 3/ -  สาย Lagging  Strand  จะใช้ RNA Primer เป็นช่วง ๆ  สร้างในทิศ  5/ ไป 3/  จึงได้สายใหม่เป็นท่อนๆ เรียกว่า  “Okazaki  fragment” หมายเหตุ :  การต่อสาย Polynucleotide จะมีทิศจาก 5/ ไป 3/ ของสายใหม่ เท่านั้น

  21. กลไกการการจำลองDNA 5. RNA  Primer  จะถูกนำออกไป แล้วเอนไซม์   DNA  Polymerase  จะนำ  nucleotide มาต่อแทนที่ 6.  สำหรับสาย Lagging  Strand มี DNA Ligase เข้ามาเชื่อมช่องว่างนั้น  ให้เป็นสายยาวได้ โดย อาศัย ATP เข้าช่วย ในที่สุดจะได้ DNA 2โมเลกุลที่เหมือนกันทุกประการ

  22. DNA replication

  23. บรรณานุกรม - www.kik5.com/index.php?option=com...6... – - www.mwit.ac.th/~ooy/e-replication/ biomolecule.htm - www.library.thinkquest.org - http://learners.in.th/blog/paradorn6-1/416420 - www.opencollege.com - www. weloveteaching.com

  24. จบการนำเสนอ