Une image / un lien ci-dessous est fourni (tel quel) pour télécharger la présentation
Politique de téléchargement : le contenu du site vous est fourni TEL QUEL pour votre information et votre usage personnel ; il ne peut être vendu, concédé sous licence ni partagé sur d’autres sites sans l’accord de son auteur.Le contenu vous est fourni TEL QUEL, pour votre information et votre usage personnel uniquement.Téléchargez la présentation en cliquant sur ce lien.Lors du téléchargement, si vous ne parvenez pas à télécharger une présentation, l’éditeur a peut-être supprimé le fichier de son serveur.Pendant le téléchargement, si vous ne parvenez pas à obtenir une présentation, le fichier a peut-être été supprimé par l’éditeur.
F I N
Plus de contenu associé
Transcription de la présentation
290342 Software Development Process บทที่ 3การบริหารจัดการโครงการผลิตซอฟต์แวร์ อ.ธารารัตน์ พวงสุวรรณ คณะวิทยาศาสตร์และศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา วิทยาเขตสารสนเทศจันทบุรี
Environmental Resources • The environment that support the software project • called Software engineering environment (SEE) • ประกอบด้วย Hardware and software tools
ขั้นตอนการวิเคราะห์ข่ายงานด้วย PERT/CPM • สูตรคำนวณ • EF = ES + t • ES = max{EF ของกิจกรรมที่ทำก่อนหน้า} • LS = LF – t • LF = min{LS ของกิจกรรมที่ตามมา} • TF = LS – ES หรือ TF = LF - EF • FF = ES ของงานที่ตามมา - EF
การประมาณการซอฟต์แวร์การประมาณการซอฟต์แวร์ • การวัดขนาดของซอฟต์แวร์ด้วยวิธีการ • Lines of codes (LOC) • Function Point (FP) • การใช้ Model ในการประเมินราคาซอฟต์แวร์
Size Estimation • กรรมวิธีที่ใช้ในการวัดขนาดของซอฟต์แวร์ มี 2 ลักษณะ คือ • Line of Code (LOC) Count • Function Point (FP)
Line of Code (LOC) Count • นับเฉพาะบรรทัดที่มีการจัดส่งเป็น Source Code ไม่นับรวมส่วนของการทดสอบ (Test Driver) หรือส่วนงานที่รองรับการทำงานอื่นๆ • นับเฉพาะบรรทัดที่พัฒนาโดยบุคลากร ไม่นับรวมสิ่งที่ระบบงานสามารถ Generate ได้อัตโนมัติ • ถือว่าหนึ่งคำสั่ง คือ หนึ่ง Line of Code <LOC> • นับส่วนของการประกาศค่า (Declaration) เป็นส่วนของ Instruction • ไม่นับส่วนของการขยายความ หรือ Comment • ข้อเสีย คือ ไม่สามารถนำมาใช้วัดประสิทธิผลการผลิตซอฟต์แวร์ของโปรแกรมเมอร์ที่ใช้ภาษาโปรแกรมมิ่งที่แตกต่างกันได้
Function Point (FP) • ปัจจุบันการนับขนาดของโปรแกรมด้วยการนับบรรทัดนั้น ไม่สามารถให้ผลการวัดในเชิงผลสัมฤทธิ์ของโปรแกรมได้อย่างชัดเจน การนำวิธีการนับด้วยฟังก์ชั่นพอยต์เข้ามาใช้นั้น จึงได้รับความสนใจ • การวัดด้วยฟังก์ชันพอยต์ จะมุ่งเน้นที่การวัดด้วยฟังก์ชัน หรือการวัดโดยผ่านมุมมองความต้องการของซอฟต์แวร์ • Allan Albrecht [1] John Gaffney, Jr [2] ได้ออกแบบ FPs ที่ใช้วัดฟังก์ชั่นพอยต์ FPs เป็นผลรวมของขนาด ข้อมูลเข้า, ข้อมูลออก, ข้อมูลความต้องการ, แฟ้มข้อมูล และส่วนของโปรแกรมที่ใช้ในการติดต่อกับลูกค้า
Function Point (FP) • กระบวนการนับฟังก์ชันพอยต์ มีลักษณะดังนี้ ขั้นที่ 1 นำ Requirement ที่เก็บรวบรวมไว้มาทำการแบ่งฟังก์ชันพอยต์ ขั้นที่ 2 ประเมินความซับซ้อนของฟังก์ชัน ขั้นที่ 3 เปรียบเทียบความซับซ้อน เพื่อให้ได้ระดับความซับซ้อน เพื่อคำนวณฟังก์ชันพอยต์ที่ยังไม่ได้ปรับค่า (Unadjusted Function Point : UFP) ขั้นที่ 4 คำนวณค่าตัวแปรปรับค่า (Value Adjustment Factor) ตามลักษณะของโครงการ ขั้นที่ 5 คำนวณจำนวนฟังก์ชันพอยต์ที่ผ่านการปรับค่า (Adjusted Function Point : AFP) ขั้นที่ 6 ฟังก์ชันพอยต์ที่ผ่านการปรับค่า สามารถนำไปคำนวณเป็น LOC ได้
สูตรคำนวณ Function Point : FP FP = UFP * VAF FP คือ ขนาดของซอฟต์แวร์ UFP (Unadjusted Function Point) ค่า FP ที่ยังไม่ได้ถูกปรับแต่ง VAF (Value Adjustment Factor) ค่าปัจจัยคุณลักษณะของระบบคือค่าของตัวแปรปรับค่าตามลักษณะโครงการ
การคำนวณหา FP ที่ยังไม่ได้ปรับแต่ง (UFP) • ฟังก์ชันแต่ละประเภทเกิดจากการทำรายการข้อมูล (Transaction) ของผู้ใช้ จึงมีความซับซ้อนแตกต่างกันขึ้นอยู่กับสิ่งต่อไปนี้ • จำนวนของข้อมูล ฟิลด์ข้อมูล (Data Element Type : DET) • จำนวนเรคคอร์ด ( Record Element Type: RET ) • ไฟล์ที่เกี่ยวข้อง (File Type Reference:FTR)