Download
slide1 n.
Skip this Video
Loading SlideShow in 5 Seconds..
Grain PowerPoint Presentation

Grain

126 Vues Download Presentation
Télécharger la présentation

Grain

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - E N D - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
Presentation Transcript

  1. Grain • of • sand • เม็ดทราย • เกรน ออฟ แซน

  2. สมาชิกในกลุ่ม น.ส. บุญฑริกา แสนหนองชาติ (ประธานกลุ่ม) น.ส.จริยา ทองแผ่น (รองประธานกลุ่ม) น.ส. ณัฐริกา สีแก้วน้ำใส (เลขา) นาย อภิสิทธิ์ ปะสาวะเท (เลขา)

  3. สู่ เจาะชั้นหิน • สุสานฟาโรห์ตุตันคามุน

  4. ประวัติของ ตุตันคามุน ตุตันคามุนเป็นฟาโรห์ในราชวงศ์ที่ 18 ยุคราชธานีใหม่ของอียิปต์ ครองบัลลังก์ ประมาณระหว่างปีที่ 1336-1327 ก่อน ค.ศ. เข้าใจว่าพระองค์เป็นโอรสของอเคนาเตนฟาโรห์ผู้ปฏิวัติศาสนาจากการนับถือเทพหลายองค์ โดยมีอามุน-เรเป็นเทพสูงสุดนั้นมานับถือเทพองค์เดียวคืออาเตนผู้มีสัญลักษณ์ เป็นวงกลมดวงอาทิตย์ที่มีรัศมีเป็นสายยาว และมีพระมารดาซึ่งเป็นมเหสีรองที่ชื่อคียาพระนามเดิมของตุตันคามุนคือตุตันคาเตน (แปลว่า รูปอันมีชีวิตแห่งเทพอาเตน) เนื่องจากประสูติในสมัยที่พระบิดา หันมานับถือเทพอาเตนแล้ว ในวัยเยาว์ ตุตันคามุนทรงใช้ชีวิตที่เมืองอเคตาเตน (เทล เออลอมาร์นา ปัจจุบัน)เมืองหลวงใหม่ที่พระบิดาสร้างอุทิศแด่ เทพองค์ใหม่ ตุตันคาเตนขึ้นครองราชย์ตั้งแต่ ยังทรงพระเยาว์มาก คือในราว 9-10 ชันษา และต่อมาก็อภิเษกกับอังเคเซนปาอาเตนพระเชษฐภคินีร่วมพระบิดาผู้เป็นพระธิดาของเนเฟอร์ติตีไม่นานนักตุตันคาเตนก็ทรงย้ายเมืองหลวง กลับมายังเมมฟิส เมืองหลวงดั้งเดิม เปลี่ยนศาสนากลับมานับถือเทพอามุน-เร และเทพอื่นๆ ดังเดิม รวมทั้งเปลี่ยนพระนามของพระองค์เองและของพระมเหสีเป็น ตุตันคามุน และอังเคเซนปาอามุนตามลำดับ เพื่อยืนยันการนับถือเทพอามุน ตุตันคามุนครองราชย์เพียงไม่กี่ปี ก็สิ้นพระชนม์ด้วยวัยเพียง 19-20 ชันษา พระศพถูกทำเป็นมัมมี่แล้วเก็บไว้ในสุสาน ณ หุบผากษัตริย์พร้อมข้าวของที่พระองค์ จะนำไปใช้ได้ในโลกหลังความตาย และของสักการะบูชาอื่นๆที่แล้วล้วนไปด้วยทองคำ รวมแล้วกว่า 3,000 ชิ้น

  5. ประวัติการขุดพบ ในปี ค.ศ1922 ณ บริเวณสุดท้ายที่ยังไม่เคยมีการขุดค้นใกล้ๆ สุสานของฟาโรห์ราเมซิสที่ 6 และในวันที่ 4 พฤศจิกายน 1922 นั่นเอง ขณะเด็กที่คอยแจกน้ำให้คนงาน โกยทรายกอบขึ้นมาตั้งเหยือกนั่นเอง เขาก็พบขั้นบันไดที่ทอดลงไปในชั้นหิน อันเป็นลักษณะเฉพาะของสุสานในราชวงศ์ที่ 18 คาร์เตอร์โกยดินหินออกไปจากขั้นบันได จนถึงประตูชั้นนอกที่ยังคงมีตราผนึกอยู่ อันหมายความว่าสุสานยังไม่เคยถูกเปิดเลย นับแต่การฝังพระศพเมื่อหลายพันปีก่อน ลอร์ดคาร์นาวอนบินด่วนจากอังกฤษมาร่วม ในการเปิดสุสาน แล้วคาร์เตอร์ก็สามารถเปิดประตูเข้าสู่ สุสานฟาโรห์ตุตันคามุน ที่ตระการตาไปด้วยข้าวของอันแล้ว ล้วนไปด้วยทองคำสุมแน่น โดยห้องชั้นในสุดมีเรือนทองคำ 4 ชั้นคลุมหีบศิลาที่บรรจุโลงทองคำอีก 3 ชั้นกว่าจะถึงมัมมี่พระศพฟาโรห์ที่มีหน้ากากทองคำ ฝังพลอยคลุมพระพักตร์อยู่อีกชั้นหนึ่ง

  6. การตรวจสอบร่างของพระองค์การตรวจสอบร่างของพระองค์ ตรวจสอบครั้งแรก คาร์เตอร์ได้เชิญผู้เชี่ยวชาญทางกายวิภาค มาตรวจมัมมี่ตุตันคามุนในปี 1925 ผลการตรวจพระศพได้ข้อสรุปว่า ตุตันคามุน สิ้นพระชนม์ระหว่างพระชนมายุ 18-22 ชันษา พระองค์สูงประมาณ 5 ฟุต 6 นิ้ว ตรวจสอบครั้งที่สอง มัมมี่ตุตันคามุนถูกนำออกมาตรวจวิเคราะห์ อีก 2 ครั้งในปี 1968 และ 1978 ซึ่งผลที่พบเพิ่มเติมก็คือ เศษกระดูกแตก 2 ชิ้นในกะโหลกพระเศียร และพบว่า กระดูกพระอุระรวมทั้งซี่โครงด้านหน้าทั้งหมดหายไปทำให้เกิดข้อสันนิษฐานว่า ตุตันคามุนอาจสิ้นพระชนม์ด้วยการถูกตีเข้าที่ด้านหลังพระเศียร หรืออาจเกิดอุบัติเหตุร้ายแรงอันทำให้มีบาดแผลฉกรรจ์ ทางด้านหน้าพระอุระ ช่างทำมัมมี่จึงเอากระดูก ตรงนั้นออกไปเสีย

  7. ตรวจสอบครั้งล่าสุด ตรวจสอบครั้งล่าสุดเมื่อ 5 มกราคม 2005 โดยนําเครื่อง CT SCANNER ใส่รถบรรทุกไปจอดหน้าหุบผากษัตริย์ แล้วเชิญเสด็จตุตันคามุนออกมานอกสุสานอันนับเป็นครั้งที่ 2 ในรอบ 3,300 ปี เพื่อเข้าเครื่องสแกนบนรถ (ครั้งแรก คาร์เตอร์เชิญเสด็จออกมาพร้อมโลงเพื่อผึ่งแดด โดยหวังว่าจะทําให้นํ้ามันยางละลาย) ภาพจากการสแกนที่ได้มาถูกนํามาศึกษาวิเคราะห์ และสรุปผล โดยผู้เชี่ยวชาญ สารพัดแขนง ทำให้เราทราบว่า พระองค์หาได้สิ้นพระชนม์จากการถูกตีหรือถูกของแข็งกระแทกที่พระเศียรอย่างที่หลายคนเชื่อกัน ผลการวิเคราะห์ทำให้เราทราบว่า รูที่ด้านหลังกะโหลกพระเศียรเกิดขึ้นระหว่างกระบวนการทำมัมมี่ และสาเหตุที่อ้างอิงจากการพบร่องรอยดีเอ็นเอของปรสิตพลาสโมเดียม ฟาลซิพารัม (Plasmodium falciparum) หลายสายพันธุ์ทำให้เรารู้แน่ชัดว่าตุตันคามุนทรงติดเชื้อไข้มาลาเรีย และที่สำคัญคือทรงติดเชื้อชนิดร้ายแรงที่สุดหลายต่อหลายครั้งเสียด้วยอาจเป็นไปได้ว่า มาลาเรียคร่าชีวิตยุวกษัตริย์พระองค์นี้ เพราะโรคอาจไปกระตุ้นการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายซึ่งอาจเป็นอันตรายถึงชีวิต ทำให้เกิดการช็อกของระบบไหลเวียนโลหิต (circulatory shock) อันนำไปสู่ภาวะตกเลือด ชัก โคม่า และสิ้นพระชนม์ในที่สุด อย่างไรก็ตาม นักวิทยาศาสตร์บางคนแย้งว่า มาลาเรียอาจเป็นโรคที่พบได้ทั่วไปในยุคนั้นและตุตันคามุนน่าจะทรงมีภูมิคุ้มกันบ้างแล้ว

  8. เรื่องราวของกษัตริย์พระองค์นี้ยังมีสิ่งมหัศจรรย์อีกมากมายที่รอพวกเราไปพิสูจน์ “คลิกเลย” เอกสารอ้างอิง http://tik19143.wordpress.com/%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%9F%E0%B8%B2%E0%B9%82%E0%B8%A3%E0%B8%AB%E0%B9%8C%E0%B8%95%E0%B8%B8%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%99/ http://www.superjeew.com/webboard/viewtopic.php?p=48538&sid=f771b257d4009b9823369140b867894d http://www.oceansmile.com/Egypt/TutanKing.htm http://www.thairath.co.th/content/life/66188 http://www.artsmen.net/content/show.php?Category=mythboard&No=4755

  9. แล้วเจอกับกลุ่ม Grain • of • sand ใหม่อีกครั้ง bye